ร้านทานตะวัน 0840157068

ร้านทานตะวัน 0840157068
ฝีมือฉันแต่งภาพ

1/12/2553

อดีตสาวน้อยบ้านนา ปัจจุบันเธอคือ ต่าย อรทัย



อดีตสาวน้อยบ้านนา ปัจจุบันเธอคือต่าย อรทัย
ผมได้มีโอกาสอ่านประวัติของเธอ ต่าย อรทัย
อ่านแล้วก็นึกสงสารกับอดีตของเธอมาก
ไม่นึกว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จากจังหวัดอุบลราชธานี
ผู้มากับความยากจน พ่อแม่แยกทางกัน
ต้องใช้ชีวิตอยู่กับยาย ลำบากลำบน จนวันหนึ่ง
ชตาชีวิตเปิดทางให้....จากเด็กสาวสองมือเคยทำไร่ทำนา
ปัจจุบันกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ลูกทุ่งของเมืองไทยไปสักแล้ว
และสุดท้ายที่สำคัญเมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้เห็นเธอ ใส่ชุดครุย จบปริญญาตรี
กลับไปกอดยายที่เธอรักสุดหัวใจพร้อมใบปริญญาในมือ
...นี่แหละ ผู้หญิงแท้ ๆ จากบ้านทุ่ง ที่หัวใจเต็มพร้อม
สำหรับการต่อสู้ชีวิตเพื่อคนทีเธอรักสุด ๆ
.............................................................................................
ประวัติ ต่าย อรทัย ( จากวิกิพีเดีย )
..................ต่าย อรทัย เกิดเมื่อ 27 มีนาคม พ.ศ. 2523
ที่บ้านคุ้มแสนชะนี ตำบลพรสวรรค์ อำเภอนาจะหลวยจังหวัดอุบลราชธานี
เป็นบุตรของนายสาง ดาบคำ และ นางนิตยา ดาบคำ มีพี่น้องทั้งหมด 4 คน
ต่ายเป็นลูกสาวคนโต อาศัยอยู่กับคุณยายทองคำ แก้วทอง ตั้งแต่เด็ก
ต่ายเกิดท่ามกลางครอบครัวที่มีปัญหา ไม่อบอุ่นเหมือนครอบครัวอื่นๆ
พ่อแม่ แยกทางกันเดิน ทำให้ชีวิตของต่าย และ น้องๆต้องอาศัยอยู่กับยาย
ซึ่งยาย ก็อายุประมาณ 70 ปีแล้ว แต่ต้องลำบาก เลี้ยงดูต่ายและน้อง
ขณะนั้นต่ายอายุเพียง 11 ขวบ แต่ต้อง ช่วยยายดูแลน้องๆ และ ทุกอย่างในบ้าน
ทั้งหาบน้ำที่อยู่ในบ่อ กลางทุ่งนา ต้อง อดทนกับระยะทางที่แสนไกล
ต้องอดทน ต่อสู้กับแสงแดดที่แผดเผาเพื่อที่จะนำน้ำ มาใช้ที่บ้าน
ขนฟางข้าวตามทุ่งนาเพื่อมา ให้วัวกิน รวมไปถึงเสื้อผ้าของน้องชาย กับยาย
ทำกับข้าว ทำความสะอาดบ้าน ความรับผิดชอบในหน้าที่ตอนนั้น
ต่าย ก็ทำด้วยความเต็มใจและทำดีที่สุด
ในช่วงนั้น ต่าย เองก็ยังมองไม่เห็นว่า
ตนเองจะมีแววด้านการร้องเพลง ระยะนั้นเป็นช่วงที่ ฮันนี่ ศรีอีสาน
กำลังโด่งดังมาก ต่ายมีความรู้สึกว่า ชอบ นักร้องคนนี้มาก
จึงได้พยายาม ฝึกร้องเพลงตามอย่าง
ตอนนั้น มีวิทยุเทปเครื่องเล็กๆ แต่ก็ไม่มีม้วนเทป ที่จะฟัง
จึงพยายามหายืมเพื่อนบ้านมาเปิดฟัง
จนสามารถร้องเพลงของ ฮันนี่ ศรีอีสาน ได้ทุกเพลง
จนกระทั่งวันหนึ่ง…ถึงวันที่ ต่าย ได้มีโอกาส ร้องเพลงบนเวที
และ ร้องให้คนอื่นฟัง เป็นครั้งแรกเมื่ออยู่ ป.6
ซึ่งวันนั้นเป็น วันเด็กแห่งชาติ ประมาณปี 2536
ต่ายมีโอกาสได้ร่วมแสดงละครร่วมกับเพื่อนๆ ในวันเด็ก
และจบลงด้วยการร้องเพลง วันนั้นเป็นวันที่ ต่าย รู้สึกดีใจมากที่สุด
เพราะบรรดาผู้ปกครองของเด็กๆ ต่างพากันปรบมือ ตีกลอง ตีฉิ่ง
ให้จังหวะตามไปด้วยบางคนก็ นำเงินมาให้ 5 บาทบ้าง 10 บาทบ้าง
ทำให้วันนั้นต่ายรู้สึกมำกำลังใจ และ อยากที่จะร้องเพลงต่อไป
เมื่อจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ ต่าย กำลังสับสนในชีวิต จะเรียนต่อไปดีหรือไม่ดี
เพราะขัดสน ทางด้านการเงินมาก
จนในที่สุด ต่าย ก็ได้ปรึกษากับแม่และได้คำตอบว่าให้ เรียนสูงๆ
แม่จะพยายามมาหาบ่อยๆ และส่งเงินมาให้เรียน
ในที่สุดจึงตัดสินใจว่า ต้องเรียนเพื่ออนาคตที่ดี
และในช่วงที่ต่ายกำลังศึกษาอยู่ใน ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
ต่ายได้มีโอกาสประกวดร้องเพลงเป็นครั้งที่ 2 ของชีวิต
การประกวดร้องเพลงครั้งนั้น เป็นการประกวดร้องเพลงที่ลำบากครั้งหนึ่ง
เพราะการร้องในแต่ละรอบนั้นต้องนั่งรถ
จากบ้านเกิดไปประกวดเป็นระยะทางกว่า ร้อยกิโลเมตร
ต้องเดินทางไปๆมาๆ เกือบ 2 เดือน
อุปสรรคของต่ายในครั้งนั้นคือ เรื่องของทุนทรัพย์
จนในที่สุดความอดทนและความวิริยะอุตสาหะ
จึงทำให้ได้รับรางวัลอันดับหนึ่งใน'รายการลูกทุ่งมุ่งสู่ดาว
ผลตอบแทนในครั้งนั้นคือ จักรยานยนต์ 1 คัน พร้อมถ้วยรางวัล
วันนั้น เป็นวันที่ต่ายยิ้มได้กว้างที่สุด และ ดีใจที่สุด
ที่สามารถทำให้ “ยาย” ผู้เป็นที่รัก..มีรอยยิ้ม และ มีความสุข
หลังจากนั้นเพียงไม่นานการประกวดร้องเพลง
ครั้งที่ 3 ในชีวิตของ ต่าย ก็เกิดขึ้น
ครั้งนั้นได้ รับรางวัลเป็นอันดับหนึ่งอีกเช่นเคย แต่ไม่ เหมือนทุกครั้งที่เข้าประกวด
เพราะ ต่าย ได้มีโอกาสพบกับครูบ้านป่า สลา คุณวุฒิ
ซึ่งต่ายเคยได้ยินชื่อเสียงของครู และ ความ เป็นอัจฉริยะของครูในการเขียนเพลง
ในครั้งนั้นเหมือนสวรรค์ยังไม่เปิดทางให้
ได้ยินเสียงจากครูเพียงแค่ว่า "เสียงดีนะ ไปฝึกเยอะๆ"
หลังจากที่เรียนจบมัธยมปลาย ต่าย
จึงตัดสินใจเข้ามา ยังกรุงเทพฯ ครั้งแรกต่ายได้เข้ามาอาศัยอยู่กับแม่
ช่วยแม่รับจ้างซักเสื้อผ้าให้กับ คนงานก่อสร้าง
ทำได้ระยะหนึ่งรายได้ไม่เพียงพอ
และที่สำคัญ ทั้งแม่ และ ต่าย ต้องส่งเงินกลับบ้าน เพื่อเลี้ยงดูยายและน้องชาย
ในระยะนั้นต่ายก็ไม่ทิ้งงานทางด้านการร้องเพลง
ยังประกวดร้องเพลงอยู่เสมอจนกระทั่งได้ เข้ารอบชิงในรายการชุมทางเสียงทอง
จากนั้น ต่าย จึงคิดว่าน่าจะเรียนต่อ
จึงตัดสินใจสมัครเข้าเรียนในรั้วของ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
เรียนไปด้วย ร้องเพลงไปด้วย แต่เงินที่ได้มาก็ไม่พอ ที่จะส่งให้ทางบ้าน
ต่ายจึงคิดที่จะขายเสื้อผ้า จึงลงทุนซื้อเสื้อผ้ามาขาย
โดยตระเวน ไปขายตามสถานที่ต่างๆทั่วกรุงเทพฯ และชานเมือง
แต่ด้วยอุปสรรคต่างๆ มากมายในช่วงฤดูฝน
ช่วงนั้นบางวันขายไม่ได้เลยแม้แต่ตัวเดียว แต่ต่ายก็ไม่ย่อท้อ ทนต่อไปอีกเรื่อยๆ
ใน ระยะเดียวกันนั้น พี่กุ้งและพี่สาว ก็พยายาม ที่จะนำต่ายเสนอค่ายเพลง
พยายามติดต่อ ครูสลา คุณวุฒิ ซึ่งตอนนั้นติดต่อครู ได้ยากมาก
เพราะครูไม่ค่อยเปิดโทรศัพท์มือถือ จนในที่สุดก็ติดต่อได้…คุยกับครูสลาหลายครั้ง
ตอนนั้น ต่าย ต้องขายเสื้อผ้า ต้องตากแดด ตากลมอยู่ตลอดเวลา
ครูสลาก็แนะนำว่าต้องบำรุงผิว เก็บตัวให้ขาวใส ไม่ต้องตากแดดมาก
หลังจากนั้นไม่นาน ครูสลา ก็นัดพี่กุ้งพี่สาว
ให้พา ต่าย ไปที่ บริษัท แกรมมี่โกลด์ เพื่อดูตัว
ซึ่งตอนนั้นต่ายคิดว่าจะได้เข้ามาอยู่ ในบริษัท หรือไม่ ก็ตามแต่
อย่างน้อยก็ภูมิใจแล้ว ที่ได้ย่างก้าวเข้ามายังบริษัท
จากนั้น ต่าย ก็ยุ่งกับงานผ้าป่าซึ่งทางบ้าน ขอมาปีนั้นนับว่าเป็นปีที่โชคดี
เพราะได้มีผ้าป่าที่บ้าน มีวงดนตรี วงหมอลำ ที่จะไปเล่นให้ชาวบ้าน แถบนั้นดู
และที่สำคัญในวันงาน กลุ่มทีมงาน ของครูสลา ก็ได้ไปช่วยด้วยเช่นกัน
วันนั้นเป็นวันที่ ต่าย ไม่เคยลืมเลือน จนถึงปัจจุบันนี้
เพราะครูสลา ได้ขึ้นไปพูด กับชาวบ้านบนเวที
และ บอกกับชาวบ้านทุกคนว่า จะขอลูกสาวไปอยู่แกรมมี่
ในวันนั้นเป็นวันที่ ต่าย รู้สึกดีใจมากที่สุดในชีวิต
หลังจากที่ได้เข้ามาอยู่ในสังกัดของแกรมมี่ แล้ว
ต่าย จึงรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะออกอัลบั้ม ให้นักร้องคนใดคนหนึ่ง
ต่าย ต้องฝึกร้องเพลง เป็นระยะเวลานานมาก
โดยฝึกกับอาจารย์ไพรัตน์ ชูรัตน์ จากที่เคยร้องเพลงไม่ชัด
ร้องเสียงขึ้นจมูก ร้องทิ้งคำ จนในที่สุดต่ายก็พยายามทำมันจนสำเร็จ
หลังจากนั้นโลกใบใหม่ของสาวน้อย "ต่าย อรทัย"
ก็เกิดขึ้นพร้อมกับอัลบั้ม "ดอกหญ้าในป่าปูน"
กับงานเขียนของ ครูสลา คุณวุฒิ และ สวัสดิ์ สารคาม
ที่ถ่ายทอดตัวตนที่แท้จริงของ "ต่าย อรทัย" ลงในเนื้อเพลงได้อย่างลงตัว
ผนวกกับ ด้วยน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
พร้อมทั้งส่งเพลงแจ้งเกิด "โทรหาเหน่เด้อ" ที่โดนใจเหล่าแฟนเพลงอย่างล้นหลาม
ทำให้ยอดจำหน่ายเกิน 1,000,000 ล้านตลับ
…………………………………………………………………………………………………………………………
และมาวันนี้ ต่าย อรทัย มีผลงานออกมาแล้วหลายชุด
คิดว่าเพื่อน ๆ หลายท่านคงได้เคยฟังบ้าง
ใครที่ยังไม่เคยฟัง หรืออยากฟังเพลงที่เพราะ ๆ สักชุด
แต่จะฟังทั้งหมดทุกชุดของต่าย อรทัย คงไม่ไหวแน่
25 พฤษภาคม 2551 ทางต้นสังกัดแกรมมี่โกล์ด
จึงได้ออกงานรวมฮิต ชุดที่คัดเพลงดีที่สุดของต่าย
จำนวน 28 เพลง 2 แผ่น ใช้ชื่ออัลบั้มรวมนี้ว่า “ ลำนำดอกหญ้า ”
เพื่อนท่านใดที่ไม่เคยฟังลูกทุ่งก็ขอแนะนำครับ
เพราะต่าย อรทัย น้ำเสียงสมเป็นซูเปอร์สตาร์ลูกทุ่ง
และเพลงที่เธอร้อง ส่วนมากก็มาจากปรมาจารย์เพลงลูกทุ่ง
ครูสลา คุณวุฒิ ผู้ส่งเพลงให้ศิลปินแจ้งเกิดมาแล้วหลายท่าน
รายชื่อเพลงในชุดนี้
แผ่นที่ 1
1. ดอกหญ้าในป่าปูน (Dok yaa nai paa poon)
2. จากบ้านนาด้วยรัก (Jark baan na duay ruk)
3. ดาวเต้น ม. ต้น (Dao ten mor ton)
4. คนไกลเบอร์เก่า (ต่าย & พลพล) (Kon klai ber kao Feat. Palaphol)
5. ขอสิทธิ์แค่ร้องไห้ (Kor sit kae rong hai)
6. บอกใจยังไงดี (Bok jai yung ngai dee)
7. วันที่บ่มีอ้าย (Wan thee bor me ai)
8. ให้ตายไปกับใจ (Hai tai pai kub jai)
9. ทรายกับทะเล (Trai kub talay)
10. แอบรักแอบคิดถึง (Aeb ruk aeb kid tueng)
11. หน้าจอรอสาย (Naa jor ror sai)
12. คูนดอกสุดท้าย (Koon dok sood tai)
13. อยากลืมแฟนเขา (Yark leum fan kao)
14. เอิ้นสั่งหลังสงกรานต์ (Aern sung lung song kran)
แผ่นที่ 2
1. กินข้าวหรือยัง (Gin kao rue yung)
2. นอนฟังเสียงฝน (Non fung sieng fon)
3. โทรหาแหน่เด๊อ (Tro haar nae dur)
4. สาวนาพเนจร (Sao pa ne jorn)
5. กรรมกรแก้มแดง (Kum ma korn kam dang)
6. กำแพงปริญญา (Kum pang parinya)
7. ตั๋วให้คึดฮอด (Tua hai kid hod)
8. ขอใจกันหนาว (Kor jai kun nhao)
9. คนใกล้เมื่อไกลบ้าน (Kon klaai muer klai baan)
10. คือฮักหรือบ่ (Kue huk rue bor)
11. ขอแค่รู้ข่าว (Kor Kae roo kao)
12. เพื่อนกันโรงงานเก่า (Puen gun rong ngarn kao)
13. ฝากเพลงถึงยาย (Fak pleng tueng yai)
14. อยู่ในใจเสมอ (Yoo nai jai samur)
………………………………………………………………………………………………………………………
เพื่อน ๆ ในกรุงเทพฯ ท่านใดสนใจ
ก็แวะเวียนมาที่ร้านผมได้นะครับ
ร้านทานตะวัน
รามอินทรา กม.. ลาดปลาเค้า
ในต่างจังหวัดหรือในพื้นที่ของคุณไม่มี
สามารถสั่งซื้อกับผมได้นะครับ
โอนเงินผ่านบัญชี
นายศรัทธา จันทรดิลกวัฒนา
เลขที่บัญชี 324-1-27108-4
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขารามอินทรา กม.2ออมทรัพย์
ราคา 130 บาท รวมค่าจัดส่งแบบ EMS เป็น 195 บาท
โอนเงินมาแล้วกรุณาแจ้งให้ทราบทางเบอร์โทร 084-0157068
หรือส่งสำเนาใบโอนเงินมาที่ FAX 02-5221372
หรือจะส่งทางอีเมล์ผมก็ได้ tantawan066@gmail.com
เมื่อได้รับการยืนยันจะส่งซีดีชุดนี้ไปให้ทันทีครับ
……………………………………………………………………………………………………….

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Powered By Blogger

ป้ายกำกับ

คลังบทความของบล็อก